
สวยใส ปลอดภัยทุกสัมผัส
เครื่องสำอางออร์แกนิก และเซอร์ติฟายด์ ออร์แกนิก เหมือนกันมั๊ย
ตามมาตรฐานของ Australian Certified
Organic (ACO) หากเครื่องสำอางใดที่ใช้วัตถุดิบเซอร์ติฟายด์ ออร์แกนิก
ระหว่าง 70% ถึง 95% จะถือเป็นเครื่องสำอางออร์แกนิก
แต่หากใช้วัตถุดิบที่เป็นเซอร์ติฟายด์ ออร์แกนิก มากกว่า 95% และ อีก5%
ที่เหลือแม้จะไม่ได้เป็นวัตถุดิบเซอร์ติฟายด์ ออร์แกนิก
แต่ยังคงใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติไม่มีสารกันเสียหรือสารเพิ่มคุณสมบัติ
ที่เป็นพิษต่อร่างกาย
จึงจะได้รับตราสัญญลักษณ์ว่าเป็นเครื่องสำอางเซอร์ติฟายด์ ออร์แกนิก
เครื่องสำอางออร์แกนิกจริงหรือไม่ดูที่ไหน
การเลือกซื้อเครื่องสำอางออร์แกนิกนั้น
ไม่ใช่เรื่องยาก ลองมองหาตราสัญลักษณ์รับรองจากหน่วยงานกลางที่น่าเชื่อถือ
ที่กล่าวว่าหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเนื่องจากมาตรฐานของแต่ละหน่วยงานต่างกัน
เช่น ACO มีมาตรฐานว่าเครื่องสำอางที่จะได้รับเซอร์ติฟายด์
ออร์แกนิกนั้นต้องใช้วัตถุดิบออร์แกนิกมากถึง 95%
แต่ในขณะที่บางหน่วยงานกลับตั้งค่ามตรฐานเพียงแค่ 10% เท่านั้น
ดังนั้น
ผู้บริโภคเครื่องสำอางที่ซื้อสินค้าที่ได้รับการรับรองจาก ACO
จึงมั่นใจได้ถึงมาตรฐานสากลที่ ACO
เข้มงวดและจริงจังต่อผู้ผลิตเครื่องสำอาง
ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก ACO
เป็นที่นิยมและสามารถขายได้อย่างแพร่หลายทั้งในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา
และประเทศแถบเอเชีย
ทำไมต้องใช้เครื่องสำอางออร์แกนิก
เครื่องสำอางทั่วไปมักใช้สารแคมี
มากมายที่ส่งผลเสียต่อผิวหนัง หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย อาจทำให้เกิดการแพ้
ผื่นแดง หรือปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆตามมาได้
นอกจากนี้เครื่องสำอางออร์แกนิก
จะไม่มีการทดสอบกับสัตว์ทดลอง และวัตถุดิบต้องมาจากฟาร์มปลอดสารพิษเท่านั้น
รวมถึงกรรมวิธีการผลิตและการบรรจุ
ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องสำอางเซอร์ติฟายด์ ออร์แกนิก
ไม่ได้มีผลดีต่อสุขภาพของผู้ใช้เท่านั้น ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ใช้เครื่องสำอางออร์แกนิกแล้วดียังไง
ดีต่อสุขภาพ
จากงานวิจัยพบว่าผลิตภัณฑ์เซอร์ติฟายด์
ออร์แกนิก ให้คุณค่ามากกว่า และยังช่วยให้ร่างกายสร้างสารโพลีฟีนอล
และสารแอนตี้ออกซิแดนส์
ซึ่งเป็นส่วนช่วยป้องกันร่างกายจากโรคเส้นเลือกหัวใจ โรคมะเร็ง
และโรคกระดูกพรุน
หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก
เราสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสและรับยาฆ่าแมลงที่อาจตกค้างในผลิตภัณฑ์ได้
เพราะผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจะไม่ใส่สารเคมี สารแต่งสี
สารกันเสียที่เป็นสารสังเคราะห์
ซึ่งสารสังเคราะห์เหล่านี้เป็นสาเหตุให้เกิดโรคภัยกับร่างกายได้
ปัจจุบันคนเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้รักสุขภาพทุกคน
ดีต่อสิ่งแวดล้อม
ฟาร์มเกษตรเคมีหรือออร์แกนิกเป็นการ
เกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่ใช้สารแคมีฆ่าแมลง
สารแคมีกำจัดศัตรูพืช หรือปุ๋ยเคมี
ฟาร์มเหล่านี้จึงไม่มีสารพิษตกค้างในดิน และในแหล่งน้ำ
ซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อเนื่องถึงสัตว์น้ำในทะเล และสิ่งมีชีวิตต่างๆบนโลก
ช่วยลดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือ Climate Change
และช่วยลดภาวะเรือนหระจกบนโลกในขณะนี้ได้
สภาพดินในฟาร์มออร์แกนิก
จะมีคุณภาพที่ดี คือเก็บกักคาร์บอนไว้ได้มาก ซึ่งเป็นผลดีต่อโลก
เนื่องจาดคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศจะถูกดูดซับลงในดินได้มาก
นักวิจัยเปรียบเทียบว่าหากเราสามารถเปลี่ยนฟาร์มขนาดกลาง
เป็นฟาร์มออร์แกนิกได้ เพียง 1000 ฟาร์ม
คาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงจะเสมือนการกำจัดรถยนต์ ออกจากถนนได้ถึง 117,440
คันต่อปี
ฟาร์มออร์แกนิกยังช่วยประหยัดน้ำได้อีก
ด้วย
เพราะดินที่มีความชุ่มชื้นมากจึงทำให้ฟาร์มออร์แกนิกสามารถพลิกฟื้นได้ง่าย
เมื่อต้องเจอสภาพภัยแล้งหรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ดีต่อสัตว์
ในประเทศออสเตรเลียให้ความสำคัญกับชีวิต
ความเป็นอยู่ของสัตว์มาก
ผู้บริโภคจึงให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่เป็นการเลี้ยงแบบออร์แกนิ
กมาก
เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสัตว์เหล่านี้ไม่ได้ถูกทารุณก่อนนำมาใช้ในอุตสาหรกรรม
เช่น มีการผสมพันธุ์ตามสายพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติไม่ใช้ฮอร์โมนเพศ
เลี้ยงในทุ่งหญ้าและมีที่นอนที่เหมาะสมไม่แออัด ไม่ให้อาหารเกินขนาด
เพื่อให้สัตว์มีน้ำหนักตัวมาก ไม่มีการให้ฮอร์โมนเร่งโต ยาปฏิชีวนะ
หรือแม้กระทั่งสารเคมี
ไม่ใช้สารตกแต่งพันธุกรรม
สารตกแต่งพัรธุกรรมเป็นข้อห้ามเด็ดขาดใน
ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก
เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายบังคับเรื่องฉลากของผลิตภัณฑ์ที่มีสาร GMO
ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก จึงเป็นการเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์
GMO ได้ดีที่สุดอีกทางหนึ่ง
