รายละเอียด:
Liquid Trust น้ำหอมแห่งความผูกผัน อ๊อกซิโทซิน (Oxytocin)

นวัฒกรรมใหม่ของน้ำหอม
ครั้งแรกในประเทศไทย
ความรัก ความอบอุ่น ความไว้ใจ ความเชื่อใจ ความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น และ ความปลอดภัย สุดท้ายคือ ความผูกพัน
LIQUID Trust น้ำหอมแห่งความผูกพัน Oxytocin คืออะไร คลิกเลย
LIQUID Trust น้ำหอมแห่งความผูกพัน Oxytocin เกี่ยวกับความรักยังไง คลิกเลยค่ะ
คำถามและคำตอบเกี่ยวกับน้ำหอม Oxytocin คลิกอ่านค่ะ
คุณสมบัติ Liquid Trust:
1. Liquid Trust น้ำหอมแห่งความผูกผัน อ๊อกซิโทซิน (Oxytocin) ทำให้คน รู้สึกรักเรามากขึ้น ผูกผันเมื่อได้ใกล้ชิดกับเรา อบอุ่นที่ได้อยู่กับเรา ดูแลเรามากขึ้น และ รู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ใกล้ๆกัน
2. Liquid Trust น้ำหอมแห่งความผูกผัน อ๊อกซิโทซิน (Oxytocin) ทำให้คน รู้สึกไว้ใจเรา เชื่อใจเรา เชื่อถือเรา เชื่อมั่นในตัวเรา ยอมรับเราได้ง่ายขึ้นและ เปิดใจกับเราได้ง่ายขึ้น3. น้ำหอมแห่งความผูกผัน อ๊อกซิโทซิน (Oxytocin) ทำให้คน รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิด นอบน้อมและ เคารพในตัวเรามากขึ้น
Liquid Trust เหมาะสำหรับ:
1. พนักงานขาย, เซลล์, งานที่ต้องพบปะลูกค้าหรือคนแปลกหน้าอยู่เป็นประจำ
2. คนโสด ที่ยังไม่มีคู่ คนที่อยากมีแฟน อยากมีคนรัก หรือ คนที่ชอบเที่ยวกลางคืน มีเป้าหมายที่จะจีบ
3. คนที่มีแฟนแล้ว แฟนไม่สนใจ หรือ แฟนไม่เข้าใจ ทะเลาะกันหรือ แฟนหงุดหงิดง่าย ไม่เชื่อใจ ไม่ไว้วางใจ ขี้ระแวง
4. คนทำงาน ทำงานประจำ ทำงานในบริษัท หรือ นักธุรกิจ
5. บุคคลทั่วไปที่ต้องการให้คนรักเรา ไว้ใจเรา เชื่อใจเรา นับถือเรา ยอมรับเรา และ รู้สึกดีกับเรา
(ผลลัพธ์ดังกล่าวอาจไม่เกิดกับผู้ใช้ทุกคนนะคะ)
ของแท้ต้องมาจากอเมริกาเท่านั้น
!!!! มาพิสูจน์กันดีกว่า !!!!
เชิญชม Clip Video ในการพิสูจน์ว่า ฟีโรโมนใช้ผล จริง หรือ หลอกลวง จากรายการ Mega Clever
ให้แฝดผู้ชายสามคนเข้าไปอยู่ในห้องคนละห้อง ทุกห้องมืดสนิท ห้ามผู้ชายส่งเสียง
แล้วให้ผู้หญิงประมาณ 15คนเข้าไปทีละห้อง โดยให้เลือกว่าชอบผู้ชายในห้องไหนที่สุด
(ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้กลิ่น)
ปรากฏว่ามีผู้หญิงประมาณ 10คน ใน 15คนเลือกผู้ชายที่ฉีด Pheromone
โดยที่ผู้หญิงก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร?
ฟีโรโมน Pheromone คืออะไร?(เนื้อหาจากเว็บไซต์วิชาการ)
อยากรู้ว่า ฟีโรโมน คืออะไร? เชิญอ่าน แล้วคุณจะต้องการครอบครองมัน
ฟีโรโมน PHREROMONEเป็นคำที่มาจาก คำภาษากรีก 2 คำรวมกัน
คือคำว่า PHEREINซึ่งแปลว่า นำมาหรือส่งต่อไปให้
และ HORMONซึ่งแปลว่า ตื่นเต้น ตื่นตัว เมื่อรวมกันแล้ว จึงแปลว่า นำเอาความตื่นเต้นมาให้
กล่าว คือ เป็นสารเคมีที่หลั่งออกจากร่างกายแล้วไปมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต ชนิด (สปีชีส์) เดียวกัน เช่น ฟีโรโมนที่มดหลั่งออกมาไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ และฟีโรโมนที่มนุษย์เราผลิตขึ้นก็มีผลต่อมนุษย์เราด้วยกันเองเท่านั้น
ความ ตื่นเต้นอะไรน่ะหรือคะ ก็ความตื่นเต้นของคู่ซิคะ ตื่นเต้นในความรัก ตื่นเต้นที่จะได้มีการเจริญพันธุ์ เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า สัตว์ทุกชนิดในห้วงเวลาที่มีการเจริญพันธุ์นั้นจะมีการหลั่งสารชนิดหนึ่งออก มา สารดังกล่าวเรียกขานกันว่า“ฟีโรโมน”ส่วนมากแล้วจะหลั่งออกมาจากเพศเมีย เพราะต้องการเรียกให้ตัวผู้มาทำการผสมพันธุ์จะได้เจริญเผ่าพันธุ์ต่อไป
โดย ปกติแล้วฟีโรโมนเป็นสารที่ระเหยได้ และสร้างออกมาจากเพศหนึ่ง เพื่อกระตุ้นอีกเพศหนึ่งให้เกิดอารมณ์รักใคร่อยากจะได้ไว้เป็นคู่ ฟีโรโมนออกฤทธิ์อย่างแรงในการกระตุ้นอารมณ์ และความรู้สึกรักใคร่ อยากเป็นของกันและกันให้มากขึ้น ในเผ่าพันธุ์เดียวกันนะคะ รับรองว่าฟีโรโมนของคุณไม่สามารถไปกระตุ้นม้า หรือช้างให้รักคุณได้เด็ดขาด
สารเรียกรักที่มากกว่า คำว่า "รัก"
คน ส่วนมากเวลาพูดกันถึง ฟีโรโมน นั้นมักจะเรียกกันว่า กลิ่นเรียกรัก แต่โดยแท้ที่จริงแล้ว ฟีโรโมนนั้นไม่มีกลิ่นที่สามารถรับรู้ได้จากทางจมูกนะคะ แต่กลิ่นที่ไม่มีกลิ่นดังกล่าวที่เรียกว่า ฟีโรโมน นั้นจะรับรู้ได้จากทางสมอง แค่หลั่งฟีโรโมนออกมาเพียงน้อยนิด ก็สามารถที่จะเรียกคู่ได้จำนวนมหาศาล โดยปกติแล้ว ฟีโรโมน มักจะหลั่งออกมาจากเพศหญิงเพื่อที่จะให้ชายมาหลงรัก จำได้นะคะว่า ฟีโรโมนนั้นแท้จริงแล้วไม่มีกลิ่น ดังนั้น รับรองว่าไม่ใช่กลิ่นที่เรียกว่า สาบสาว อย่างเด็ดขาด เป็นที่เชื่อกันมานานแล้วว่า สัตว์เพศผู้ทั้งหลายมีตัวรับกลิ่นเสน่ห์ หรือฟีโรโมนดังกล่าวอยู่ในสมองจึงสามารถที่จะหลงเสน่ห์เพศเมียได้ ในขณะที่สัตว์เพศเมียไม่มีตัวรับกลิ่นดังกล่าว จึงไม่มีการหลงเสน่ห์ตัวเอง
ไม่ เกิน 10 ปีที่ผ่านมานี่เองคะที่ได้มีการสกัดเอาฟีโรโมนของมนุษย์เราออกมาได้เป็นผล สำเร็จ โดยสกัดเอาฟีโรโมนจากผิวหนัง ซึ่งเมื่อนำเอาสารสกัดดังกล่าวไปทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 40 คน ผลการทดลองนั้น อาสาสมัครตอบว่ามีความรู้สึกดี อบอุ่น เป็นมิตร และอยากอยู่ใกล้ ตอบสนองต่อความรัก พูดง่ายๆ ก็คือ ทำให้มีอารมณ์แห่งความรักนั่นเอง คุณๆ อ่านมาถึงตรงนี้คงอยากจะบอกเราว่า บอกซะทีได้ไหมว่า ฟีโรโมนในคนน่ะคืออะไร มีจริงไหม และระเหยออกมาจากผิวกายได้อย่างไร ? จะได้ไปให้สาว หรือหนุ่มคนรักดมแล้วจะได้หลงใหลไม่หนีห่างไปไหน
เนื่อง จากเคยมี การวิจัยพบว่า ในน้ำหล่อลื่นและตกขาวตามธรรมชาติของผู้หญิงที่สะอาดนั้น มักจะมีกลิ่นที่ชวนให้วาบหวาม และบางกลิ่นระเหยออกมาจากจุดซ่อนเร้นของสัตว์บกที่เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด ในบางห้วงเวลา เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว ปรากฏว่าประกอบไปด้วยกรดไขมันบางชนิดที่มีโครงสร้างคล้ายฟีโรโมนด้วย และคุณผู้ชายที่พิสมัยการทำรักด้วยปากกับส่วนนั้นของแฟนคุณ เคยลองสังเกตดูบ้างไหมว่า ในบางช่วง เช่น วันไข่ตกกลิ่นจะเปลี่ยนไป บางครั้งพบว่าผู้หญิงจะมีกลิ่นสะอาด หอมเย้ายวนใจ ออกมาจากส่วนนั้นเหมือนกัน
ฟีโรโมนของคนมีโครงสร้าง คล้าย ฮอร์โมน Dhea ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากต่อมหมวกไต เป็นต่อมเล็กๆ ที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง แค่เหมือนเท่านั้น ไม่ใช่เหมือนทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าฟีโรโมนมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน และออกฤทธิ์ต่อประสาทสมองส่วนจิตใต้สำนึกที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวพื้นฐาน ซึ่งก็คือการเจริญพันธุ์ของมนุษยชาติ
ในปัจจุบันพบว่า ฟีโรโมนของคนเรานั้นจะหลั่งออกมาในปริมาณน้อยนิด จากน้ำมันบริเวณผิวหนังรอบๆ หัวนม ใต้รักแร้ และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ฟีโรโมนจึงทำให้เกิดอารมณ์รักใคร่ อารมณ์เพศ และกระตุ้นให้มีความต้องการทางเพศต่อเพศตรงข้าม มนุษย์เรานั้นต่างกับสัตว์ ก็คือในการรับรู้ การวิวัฒนาการที่ทำให้คนเรา มีจริยธรรมกระทำในสิ่งที่ดีงามนั้นร่างกายของคนเราจะหลั่งฟีโรโมนออกมา ก็ต่อเมื่อเจอกับเพศตรงข้ามที่พึงพอใจ และเมื่อตนเองมีอารมณ์เพศเท่านั้น คือ ทำให้เกิดความรัก และเพิ่มอารมณ์ที่จะมีสัมผัสรักทางกายต่อกันและกัน เมื่อคุณเกิดความรักในเขาและเธอ ฟีโรโมนก็จะหลั่งออกมา ไปกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับทราบถึงความรักและความสนใจที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการตอบสนองตามมา เมื่อรักเข้าใจในรัก และต้องการที่จะเป็นของกันและกันทั้งกายและใจ ฟีโรโมนก็จะหลั่งออกมาให้เกิดอารมณ์ และความปรารถนาตามธรรมชาติทางเพศ และนำไปสู่การมีความสัมพันธ์ทางกาย
คุณเคยสังเกตไหมว่า ถึงแม้ว่าคุณจะพบหนุ่มหล่อ หรือสาวสวยมากหน้าหลายตา แต่ถ้าคุณไม่เกิดความรักแล้ว อารมณ์เพศถึงแม้จะเกิดขึ้นแต่ก็สามารถที่จะหายไปได้ แต่ถ้ามีความรักในกันและกันแล้วละก็ มันอยากที่จะเป็นของกันและกันให้ได้ และโหยหาที่จะได้เป็นของกันและกันอยู่เสมอ จะเรียกว่าติดอกติดใจ หรือบางทีอาจจะเรียกว่าติดกลิ่นก็ได้ บางคนนะคะไม่ได้กลิ่นคนรักที่เคยนอนข้างกายแล้วละก็นอนไม่หลับเลย บอกยากคะว่าติดกลิ่นอะไร กลิ่นกาย หรือกลิ่นฟีโรโมน ??
นิตยสาร Her Worldได้อธิบายเรื่องสารฟีโรโมน ที่เขียนโดย นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ว่า สารฟีโรโมน เป็นสารที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยกลิ่นเหมือนอย่างมดหรือผึ้ง แต่เราสามารถรับรู้ได้ทางสมอง สังเกตได้โดย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปเจอคนที่ตรงสเปก หรืออยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกปลื้ม ชอบ ประทับใจขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ความรู้สึกนี้แหละที่เรียกว่าสารฟีโรโมนในร่างกายเรากำลังทำงาน ที่สำคัญอีกข้อคือถ้าผู้หญิงคนไหนที่ติดพ่อมาก หรือรักพ่อมากๆ หากเธอได้ไปพบเจอชายที่มีกลิ่นหรือนิสัยคล้ายพ่อเมื่อไหร่ ผู้หญิงคนนั้นมักจะตกหลุมรักเขาไปโดยไม่รู้ตัว
ผลการทดลอง
เคย มีการศึกษาวิจัยนะคะ นักวิทยาศาสตร์ลองเอากลิ่นฟีโรโมนที่สกัดจากผู้ชายไปซ่อนไว้ใต้เก้าอี้ตัว หนึ่ง ในห้องประชุมที่มีผู้หญิงที่ทำงานเป็นเลขานุการมาประชุมกัน ปรากฏว่าสุภาพสตรีทั้งหลายมานั่งรวมกันเป็นกระจุกรวมเก้าอี้ตัวนั้น และแน่นอนบนเก้าอี้ตัวดังกล่าวก็มีสุภาพสตรีผู้โชคดีไปถึงก่อนเป็นคนแรก นั่งรออยู่ก่อนแล้ว การทดลองทำต่อไปในโรงภาพยนตร์ โดยพ่นฟีโรโมนชายในเก้าอี้นั่งบางตัวและเว้นบางตัวไว้ ปรากฏว่า เก้าอี้ที่โดนพ่นโดยฟีโรโมนมีผู้หญิงมายึดครองหมดปล่อยให้เก้าอี้ตัวอื่นๆ ว่างไว้
ฟีโรโมนจากธรรมชาติและที่สังเคราะห์เลียนแบบนี้ มีคุณสมบัติเพียงแต่ทำให้เพศตรงข้ามสนใจ เกิดความอบอุ่นอยากจะใกล้ชิด ไม่ได้เป็นยาเพิ่มพลังเพศ หรือยาปลุกเซ็กซ์แต่อย่างใดเดี๋ยวไปใช้ผิดประเภทไม่ได้ผลแล้ว จะหาว่าเขียนอะไรไม่จริง เพราะว่าหลังจากลองใช้แล้ว เขาและเธอที่ร่วมโครงการทดลองใช้จะเกิดอารมณ์รักใคร่ อยากกอด อยากจูบ และสัมผัสทางกายมากขึ้น แต่จะนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ อยากจะขอยกข้อมูลเหล่านี้มาให้ดูนะคะ
(ผลลัพธ์ดังกล่าวอาจไม่เกิดกับผู้ใช้ทุกคนนะคะ)