รายละเอียด:
ฟีโรโมนสำหรับผู้หญิง
กลิ่นเรียกรักสำหรับผู้หญิงใช้เพื่อดึงดูดผู้ชาย
โรโมน คืออะไร
เป็นคำมาจากภาษากรีกสองคำรวมกัน คือคำว่า Pherein แปลว่า นำมาหรือส่งต่อไป และคำว่า Hormon แปลว่า ตื่นตัว ตื่นเต้น รวมกันแล้วจึงแปลว่า นำเอาความตื่นเต้น ตื่นตัวมาให้ ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นอยากรัก อยากอยู่ใก้ลๆ อยากได้เป็นคู่ ตื่นเต้นที่จะได้มีการผสมพันธุ์
ฟีโรโมนเป็นสารที่ระเหยได้ แต่ไม่มีกลิ่นในการที่จะสัมผัสได้ทางจมูก แต่จะสัมผัสได้จากสมอง จากความรู้สึกและสัณชาตฌาณ สารฟีโรโมนนั้นจะสร้างออกมาจากเพศหนึ่ง เพื่อกระตุ้นอีกเพศหนึ่งให้เกิดอารมณ์รักใคร่ อยากอยู่ใกล้ๆ สารดังกล่าวจะออกฤทธิ์อย่างแรงในการกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก ทำให้เกิดอารมณ์รักใคร่ อยากเป็นของกันและกัน แต่เฉพาะในเผ่าพันธุ์เดียวกันเท่านั้น ไม่สามารถไปกระตุ้นข้ามเผ่าพันธุ์ได้ ไม้ต้องกังวลว่าสัตว์เห็นคุณแล้วจะมีอารมณ์
ในสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งมนุษย์ ในห้วงเวลาที่จะมีการเจริญพันธุ์นั้นจะมีการหลั่งสารนี้ออกมา และจะมีการหลั่งออกมาทั้งตัวผู้และตัวเมีย เพื่อต้องการเรียกให้มีการผสมพันธุ์ เพื่อการรักษาเผ่าพันธุ์ ไม่ให้สูญพันธุ์ต่อไป ในสัตว์บกนั้นจะพบสารฟีโรโมนเกือบทุกชนิด นอกจากนั้นปลาบางชนิด และแมลงบางชนิดก็พบเช่นกัน
สารฟีโรโมนนั้นแค่หลั่งออกมาเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเรียกเพศตรงข้ามได้มากมาย
ฟีโรโมนดึงดูดเพศตรงข้าม ทำให้คนหลงเสน่ห์เพียงแค่ยืนข้างๆกาย ที่สกัดกลิ่นจะสสารของเพศตรงข้ามเพื่อดึงดูด นี่อาจไม่ใช่น้ำหอมที่หอมที่สุดในโลก แต่สำหรับคนที่ได้กลิ่นฟีโรโมน แล้วจะเป็นกลิ่นที่ประทับใจที่สุด และยากที่จะทนไหว
ส่วนผสมประกอบด้วยฟีโรโมนประมาณ 8 มิลลิกรัม
สามารถใช้เป็นประจำได้นานประมาณ 2-3 เดือน และใช้ร่วมกับน้ำหอมที่ชื่นชอบได้
ดึงดูดความสนใจของคนที่คุณหมายปอง หรือเพิ่มความรู้สึกของคู่รักของคุณวันนี้
ด้วยฟีโรโมนอยู่ได้ถึง 6 ชั่วโมง เพิ่มเสน่ห์ให้ตัวคุณเองต่อเพศตรงข้าม ง่ายเพียงปลายนิ้วกด
ขวดสเปรย์ใช้งานเหมือนน้ำหอม
(ผลลัพธ์ดังกล่าวอาจไม่เกิดกับผู้ใช้ทุกคนนะคะ)
ความแตกต่างระหว่างฟีโรโมนกับฮอร์โมน
ข้อแตกต่างระหว่างฟีโรโมนและฮอร์โมน
-
ฮอร์โมนทำให้เกิดการกระตุ้นภายในร่างกาย แต่ในฟีโรโมนกระตุ้นความอยากให้ผู้อื่นทำงาน
-
ฮอร์โมนเกี่ยวการปรับสมดุลในร่างกาย แต่ฟีโรโมนเกี่ยวกับพฤติกรรม
-
ฮอร์โมนหลั่งออกภายในร่างกาย แต่ฟีโรโมนหลั่งออกภายนอก
-
ฮอร์โมนมีอวัยวะในการรับโดยเส้นเลือด แต่ฟีโรโมนมีอวัยวะรับความรู้สีกอย่างอื่น
-
ฟีโรโมนเกี่ยวกับการผูกพันทางสังคม เป็กระบวนการของ Social Behavior แต่ฮอร์โมนช่วยแต่ตัวเองค่ะ
-
โครงสร้างพันธะต่างกัน
!!!! มาพิสูจน์กันดีกว่า !!!!
เชิญชม Clip Video ในการพิสูจน์ว่า ฟีโรโมนใช้ผล จริง หรือ หลอกลวง จากรายการ Mega Clever
ให้แฝดผู้ชายสามคนเข้าไปอยู่ในห้องคนละห้อง ทุกห้องมืดสนิท ห้ามผู้ชายส่งเสียง
แล้วให้ผู้หญิงประมาณ 15คนเข้าไปทีละห้อง โดยให้เลือกว่าชอบผู้ชายในห้องไหนที่สุด
(ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้กลิ่น)
ปรากฏว่ามีผู้หญิงประมาณ 10คน ใน 15คนเลือกผู้ชายที่ฉีด Pheromone
โดยที่ผู้หญิงก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร?
(ผลลัพธ์ดังกล่าวอาจไม่เกิดกับผู้ใช้ทุกคนนะคะ)
ฟีโรโมน Pheromone คืออะไร?(เนื้อหาจากเว็บไซต์วิชาการ)
อยากรู้ว่า ฟีโรโมน คืออะไร? เชิญอ่าน แล้วคุณจะต้องการครอบครองมัน

ฟีโรโมน PHREROMONEเป็นคำที่มาจาก คำภาษากรีก 2 คำรวมกัน
คือคำว่า PHEREINซึ่งแปลว่า นำมาหรือส่งต่อไปให้
และ HORMONซึ่งแปลว่า ตื่นเต้น ตื่นตัว เมื่อรวมกันแล้ว จึงแปลว่า นำเอาความตื่นเต้นมาให้
กล่าว คือ เป็นสารเคมีที่หลั่งออกจากร่างกายแล้วไปมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต ชนิด (สปีชีส์) เดียวกัน เช่น ฟีโรโมนที่มดหลั่งออกมาไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ และฟีโรโมนที่มนุษย์เราผลิตขึ้นก็มีผลต่อมนุษย์เราด้วยกันเองเท่านั้น

ความ ตื่นเต้นอะไรน่ะหรือคะ ก็ความตื่นเต้นของคู่ซิคะ ตื่นเต้นในความรัก ตื่นเต้นที่จะได้มีการเจริญพันธุ์ เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า สัตว์ทุกชนิดในห้วงเวลาที่มีการเจริญพันธุ์นั้นจะมีการหลั่งสารชนิดหนึ่งออก มา สารดังกล่าวเรียกขานกันว่า“ฟีโรโมน”ส่วนมากแล้วจะหลั่งออกมาจากเพศเมีย เพราะต้องการเรียกให้ตัวผู้มาทำการผสมพันธุ์จะได้เจริญเผ่าพันธุ์ต่อไป
โดย ปกติแล้วฟีโรโมนเป็นสารที่ระเหยได้ และสร้างออกมาจากเพศหนึ่ง เพื่อกระตุ้นอีกเพศหนึ่งให้เกิดอารมณ์รักใคร่อยากจะได้ไว้เป็นคู่ ฟีโรโมนออกฤทธิ์อย่างแรงในการกระตุ้นอารมณ์ และความรู้สึกรักใคร่ อยากเป็นของกันและกันให้มากขึ้น ในเผ่าพันธุ์เดียวกันนะคะ รับรองว่าฟีโรโมนของคุณไม่สามารถไปกระตุ้นม้า หรือช้างให้รักคุณได้เด็ดขาด
สารเรียกรักที่มากกว่า คำว่า "รัก"
คน ส่วนมากเวลาพูดกันถึง ฟีโรโมน นั้นมักจะเรียกกันว่า กลิ่นเรียกรัก แต่โดยแท้ที่จริงแล้ว ฟีโรโมนนั้นไม่มีกลิ่นที่สามารถรับรู้ได้จากทางจมูกนะคะ แต่กลิ่นที่ไม่มีกลิ่นดังกล่าวที่เรียกว่า ฟีโรโมน นั้นจะรับรู้ได้จากทางสมอง แค่หลั่งฟีโรโมนออกมาเพียงน้อยนิด ก็สามารถที่จะเรียกคู่ได้จำนวนมหาศาล โดยปกติแล้ว ฟีโรโมน มักจะหลั่งออกมาจากเพศหญิงเพื่อที่จะให้ชายมาหลงรัก จำได้นะคะว่า ฟีโรโมนนั้นแท้จริงแล้วไม่มีกลิ่น ดังนั้น รับรองว่าไม่ใช่กลิ่นที่เรียกว่า สาบสาว อย่างเด็ดขาด เป็นที่เชื่อกันมานานแล้วว่า สัตว์เพศผู้ทั้งหลายมีตัวรับกลิ่นเสน่ห์ หรือฟีโรโมนดังกล่าวอยู่ในสมองจึงสามารถที่จะหลงเสน่ห์เพศเมียได้ ในขณะที่สัตว์เพศเมียไม่มีตัวรับกลิ่นดังกล่าว จึงไม่มีการหลงเสน่ห์ตัวเอง
ไม่ เกิน 10 ปีที่ผ่านมานี่เองคะที่ได้มีการสกัดเอาฟีโรโมนของมนุษย์เราออกมาได้เป็นผล สำเร็จ โดยสกัดเอาฟีโรโมนจากผิวหนัง ซึ่งเมื่อนำเอาสารสกัดดังกล่าวไปทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 40 คน ผลการทดลองนั้น อาสาสมัครตอบว่ามีความรู้สึกดี อบอุ่น เป็นมิตร และอยากอยู่ใกล้ ตอบสนองต่อความรัก พูดง่ายๆ ก็คือ ทำให้มีอารมณ์แห่งความรักนั่นเอง คุณๆ อ่านมาถึงตรงนี้คงอยากจะบอกเราว่า บอกซะทีได้ไหมว่า ฟีโรโมนในคนน่ะคืออะไร มีจริงไหม และระเหยออกมาจากผิวกายได้อย่างไร ? จะได้ไปให้สาว หรือหนุ่มคนรักดมแล้วจะได้หลงใหลไม่หนีห่างไปไหน
เนื่อง จากเคยมี การวิจัยพบว่า ในน้ำหล่อลื่นและตกขาวตามธรรมชาติของผู้หญิงที่สะอาดนั้น มักจะมีกลิ่นที่ชวนให้วาบหวาม และบางกลิ่นระเหยออกมาจากจุดซ่อนเร้นของสัตว์บกที่เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด ในบางห้วงเวลา เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว ปรากฏว่าประกอบไปด้วยกรดไขมันบางชนิดที่มีโครงสร้างคล้ายฟีโรโมนด้วย และคุณผู้ชายที่พิสมัยการทำรักด้วยปากกับส่วนนั้นของแฟนคุณ เคยลองสังเกตดูบ้างไหมว่า ในบางช่วง เช่น วันไข่ตกกลิ่นจะเปลี่ยนไป บางครั้งพบว่าผู้หญิงจะมีกลิ่นสะอาด หอมเย้ายวนใจ ออกมาจากส่วนนั้นเหมือนกัน
ฟีโรโมนของคนมีโครงสร้าง คล้าย ฮอร์โมน Dhea ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากต่อมหมวกไต เป็นต่อมเล็กๆ ที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง แค่เหมือนเท่านั้น ไม่ใช่เหมือนทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าฟีโรโมนมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน และออกฤทธิ์ต่อประสาทสมองส่วนจิตใต้สำนึกที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวพื้นฐาน ซึ่งก็คือการเจริญพันธุ์ของมนุษยชาติ
ในปัจจุบันพบว่า ฟีโรโมนของคนเรานั้นจะหลั่งออกมาในปริมาณน้อยนิด จากน้ำมันบริเวณผิวหนังรอบๆ หัวนม ใต้รักแร้ และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ฟีโรโมนจึงทำให้เกิดอารมณ์รักใคร่ อารมณ์เพศ และกระตุ้นให้มีความต้องการทางเพศต่อเพศตรงข้าม มนุษย์เรานั้นต่างกับสัตว์ ก็คือในการรับรู้ การวิวัฒนาการที่ทำให้คนเรา มีจริยธรรมกระทำในสิ่งที่ดีงามนั้นร่างกายของคนเราจะหลั่งฟีโรโมนออกมา ก็ต่อเมื่อเจอกับเพศตรงข้ามที่พึงพอใจ และเมื่อตนเองมีอารมณ์เพศเท่านั้น คือ ทำให้เกิดความรัก และเพิ่มอารมณ์ที่จะมีสัมผัสรักทางกายต่อกันและกัน เมื่อคุณเกิดความรักในเขาและเธอ ฟีโรโมนก็จะหลั่งออกมา ไปกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับทราบถึงความรักและความสนใจที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการตอบสนองตามมา เมื่อรักเข้าใจในรัก และต้องการที่จะเป็นของกันและกันทั้งกายและใจ ฟีโรโมนก็จะหลั่งออกมาให้เกิดอารมณ์ และความปรารถนาตามธรรมชาติทางเพศ และนำไปสู่การมีความสัมพันธ์ทางกาย
คุณเคยสังเกตไหมว่า ถึงแม้ว่าคุณจะพบหนุ่มหล่อ หรือสาวสวยมากหน้าหลายตา แต่ถ้าคุณไม่เกิดความรักแล้ว อารมณ์เพศถึงแม้จะเกิดขึ้นแต่ก็สามารถที่จะหายไปได้ แต่ถ้ามีความรักในกันและกันแล้วละก็ มันอยากที่จะเป็นของกันและกันให้ได้ และโหยหาที่จะได้เป็นของกันและกันอยู่เสมอ จะเรียกว่าติดอกติดใจ หรือบางทีอาจจะเรียกว่าติดกลิ่นก็ได้ บางคนนะคะไม่ได้กลิ่นคนรักที่เคยนอนข้างกายแล้วละก็นอนไม่หลับเลย บอกยากคะว่าติดกลิ่นอะไร กลิ่นกาย หรือกลิ่นฟีโรโมน ??

นิตยสาร Her Worldได้อธิบายเรื่องสารฟีโรโมน ที่เขียนโดย นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ว่า สารฟีโรโมน เป็นสารที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยกลิ่นเหมือนอย่างมดหรือผึ้ง แต่เราสามารถรับรู้ได้ทางสมอง สังเกตได้โดย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปเจอคนที่ตรงสเปก หรืออยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกปลื้ม ชอบ ประทับใจขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ความรู้สึกนี้แหละที่เรียกว่าสารฟีโรโมนในร่างกายเรากำลังทำงาน ที่สำคัญอีกข้อคือถ้าผู้หญิงคนไหนที่ติดพ่อมาก หรือรักพ่อมากๆ หากเธอได้ไปพบเจอชายที่มีกลิ่นหรือนิสัยคล้ายพ่อเมื่อไหร่ ผู้หญิงคนนั้นมักจะตกหลุมรักเขาไปโดยไม่รู้ตัว
ผลการทดลอง
เคย มีการศึกษาวิจัยนะคะ นักวิทยาศาสตร์ลองเอากลิ่นฟีโรโมนที่สกัดจากผู้ชายไปซ่อนไว้ใต้เก้าอี้ตัว หนึ่ง ในห้องประชุมที่มีผู้หญิงที่ทำงานเป็นเลขานุการมาประชุมกัน ปรากฏว่าสุภาพสตรีทั้งหลายมานั่งรวมกันเป็นกระจุกรวมเก้าอี้ตัวนั้น และแน่นอนบนเก้าอี้ตัวดังกล่าวก็มีสุภาพสตรีผู้โชคดีไปถึงก่อนเป็นคนแรก นั่งรออยู่ก่อนแล้ว การทดลองทำต่อไปในโรงภาพยนตร์ โดยพ่นฟีโรโมนชายในเก้าอี้นั่งบางตัวและเว้นบางตัวไว้ ปรากฏว่า เก้าอี้ที่โดนพ่นโดยฟีโรโมนมีผู้หญิงมายึดครองหมดปล่อยให้เก้าอี้ตัวอื่นๆ ว่างไว้
ฟีโรโมนจากธรรมชาติและที่สังเคราะห์เลียนแบบนี้ มีคุณสมบัติเพียงแต่ทำให้เพศตรงข้ามสนใจ เกิดความอบอุ่นอยากจะใกล้ชิด ไม่ได้เป็นยาเพิ่มพลังเพศ หรือยาปลุกเซ็กซ์แต่อย่างใดเดี๋ยวไปใช้ผิดประเภทไม่ได้ผลแล้ว จะหาว่าเขียนอะไรไม่จริง เพราะว่าหลังจากลองใช้แล้ว เขาและเธอที่ร่วมโครงการทดลองใช้จะเกิดอารมณ์รักใคร่ อยากกอด อยากจูบ และสัมผัสทางกายมากขึ้น แต่จะนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ อยากจะขอยกข้อมูลเหล่านี้มาให้ดูนะคะ
ผู้ชายร้อยละ 74 ที่ใช้ฟีโรโมนพบว่าผู้หญิงมีอารมณ์โรแมนติกกับพวกเขามากขึ้น
ผู้ชายที่ใช้ฟีโรโมนจริงร้อยละ 41 จูบคู่รักดูดดื่มมากขึ้น
เมื่อเทียบกับผู้ที่ใช้ฟีโรโมนหลอกที่จูบเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 14